
หลายคนคงเคยสังเกตเวลาที่พูดถึงปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านเราซึ่งกลายเป็นพื้นที่ขัดแย้งหนึ่งที่ทั่วโลกจับตามอง มักมีการหยิบยก “รัฐกลันตัน” ทางตอนเหนือของมาเลเซีย ติดกับจังหวัดนราธิวาสของไทย เป็นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์และสันติสุขของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา ในท่วงทำนองของ “ดอกไม้หลากสีเสียงลือเสียงเล่าอ้างทำให้ใครหลายคนอยากรู้จัก "รัฐกลันตัน" มากกว่าหาดูในแผนที่...
“แวลีเมาะ ปูซู” ผู้สื่อข่าวสาวของ “อิศรา” มีประสบการณ์เดินทางเยือน “รัฐกลันตัน” ในโครงการ “นำคณะครูผู้สอนศาสนาอิสลามและนักเรียนไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องศาสนาและพบปะหารือกับมุขมนตรีรัฐกลันตัน” ซึ่งจัดโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต.
แม้จะเป็นโครงการที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เรื่องราว “ดอกไม้หลากสี” ยังคงทันสมัยและน่าสนใจเสมอ...
แวะเยือนโกตาบารู
“กลันตัน” ณ วันนี้เป็นหนึ่งใน 13 รัฐของประเทศมาเลเซีย เป็นรัฐทางตอนเหนือสุดของประเทศ มี สุลต่านอิสมาแอล อิบนิ อัลมัรฮูม สุลต่านยะห์ยา ปุตรา และ พระชายา ตวนกูอานิส บินตี อัลมัรฮูม ตวนกูอับดุลฮามิด เป็นผู้ปกครอง และมีประชากรราว 5 แสนคน รัฐกลันตันแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ เป็นเมืองที่ปราศจากอบายมุข ไม่มีอาหารฮะรอม (อาหารที่ผิดหลักการทางศาสนาอิสลาม) พื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐจรดพรมแดนไทยด้านจังหวัดนราธิวาส ขณะที่ “นครโกตาบารู” ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ อยู่ห่างจากอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพียง 25 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอสุไหง-โกลก เมืองเอกริมชายแดนของจังหวัดนราธิวาสเพียง 45 กิโลเมตรเท่านั้น
แม้จะมีแม่น้ำโก-ลกกั้นเขตแดนทางภูมิศาสตร์ระหว่างไทยกับมาเลเซีย หรือจะกล่าวอย่างเฉพาะเจาะจงก็คือ ระหว่างนราธิวาสกับกลันตัน แต่ในความเป็นจริงแล้วชาวกลันตันกับผู้คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความใกล้ชิดผูกพันกันอย่างมาก ทั้งในแง่ของพรมแดน วัฒนธรรม และเครือญาติตั้งแต่ระดับเชื้อพระวงศ์จนถึงประชาชนทั่วไป วันแรกของการเดินทาง คณะครูสอนศาสนาอิสลามและนักเรียนไทยมุสลิมได้มีโอกาสเข้าพบ ท่านสุรพล เพชรวรา กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ซึ่งท่านกงสุลใหญ่ได้ฉายภาพให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างกลันตันกับไทยอย่างชัดเจน “แม้จะมีเส้นเขตแดนกั้นอยู่ แต่นั่นก็เป็นแค่เส้นเขตแดน เพราะความเป็นพี่เป็นน้องไม่ได้มีอุปสรรค ผู้คนจากทั้งสองประเทศยังคงไปมาหาสู่กัน มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่คล้ายคลึงกัน พูดได้ว่ากลันตันก็เหมือนกับภาคใต้ตอนล่างของไทย ผู้คนที่นี่อยู่กันอย่างสุขสงบ ผมคิดว่า ศอ.บต.จะได้เรียนรู้จุดแข็งของกลันตันเพื่อนำไปปรับใช้กับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป” ท่านสุรพล กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น